ผิดไหมที่แหวนหมั้นไม่แพง?

engagementringฉันเนี่ยมักจะหงุดหงิดง่ายกับสิ่งที่เห็นบนอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังไม่วายที่จะไปกดไลค์บรรดาเพจที่หยิบโพสต์ชวนดราม่ามาแชร์ต่อ มีอยู่โพสต์หนึ่งเล่าเรื่องราวของผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่งที่แฟนเพิ่งคุกเข่าขอแต่งงานและสวมแหวนเพชรให้นิ้วนางซ้ายของเธอ ทันทีที่เธอเห็นแหวนที่เขาสวมให้ใจเธอก็แป้ว เพราะคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือคำว่า “เล็กจัง”  

เธอบอกว่ารูปทรงของแหวนน่ะก็ไม่ได้อะไรหรอก เธอก็ชอบอยู่ แต่ปัญหาก็คือสีของวงแหวนที่เป็นทองขาว และเพชรเม็ดกะจ้อยร่อยที่ดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อล้อมรอบไปด้วยวงแหวนที่อวบอ้วน เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังได้เห็นใบเสร็จค่าแหวนว่าราคาสิริรวมแล้วอยู่ที่ 1,674 ดอลลาร์ (ราวๆ ห้าหมื่นกว่าบาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าที่เธอคาดหวังเอาไว้มากเพราะรายได้ของเขาต่อปีอยู่ที่ตั้งหกหลักในหน่วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ​

เธอจึงมาโพสต์ระบายความในใจว่าที่จริงแล้วเธออยากจะเลือกแหวนด้วยกันมากกว่า จะได้เป็นแหวนที่ทั้งคู่ชอบซึ่งก็จะทำให้วันนั้นเป็นวันพิเศษสำหรับพวกเขาทั้งคู่ แหวนวงนี้ก็จะเป็นแหวนที่เธอต้องใส่ทุกวัน เป็นเครื่องประดับชิ้นพิเศษที่ติดตัวเธอตลอดไป เธอก็แค่อยากจะชอบมันก็เท่านั้นเอง เพื่อนร่วมงานของแฟนเธอบอกแฟนเธอว่า “ถ้าหากว่าแฟนไม่ชอบแหวน ก็แปลว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับนายแล้วล่ะ” เธอก็เลยมาขอคำแนะนำว่าใครเจอแบบนี้บ้าง และมีวิธีรับมือยังไง 

คลิกไปอ่านในเซ็กชันคอมเมนท์มีทั้งคนที่บอกว่า “บางทีเขาอาจจะซื้อแหวนวงเล็กๆมาลองใจแกก็ได้ย่ะว่าถ้าไม่พอใจเขาก็จะไม่แต่งงานกับผู้หญิงคลั่งวัตถุและหวังเกาะผู้ชายกินอย่างเธอ” “แค่ได้แหวนก็ดีใจแล้วปะคนอย่างเธอสมควรจะต้องอยู่ตัวคนเดียวมากกว่าเพราะเธอมันเป็นคนบ้าวัตถุ” “ล้อเล่นหรือเปล่าแหวนนั่นน่ะแพงมากเลยนะแถมสวยอีกต่างหากหวังว่าเขาจะทิ้งหล่อนนะไม่อ่านต่อละขี้เกียจ” ไปจนถึง “ผู้หญิงบางคนเนี่ยตะกละชิบแหวนหมั้นของฉันวงแรกราคาแค่ 125 ดอลลาร์วงที่สองก็ 250 ดอลลาร์ถึงเขาจะอยากซื้อแบบเป็นพันดอลลาร์ก็เถอะแต่ฉันก็ห้ามเขาเอาไว้เก็บเงินเอาไปใช้กับของสำคัญๆดีกว่า” 

ที่ฉันคิดว่าพีคสุดๆ คือคอมเมนท์นี้ 

“(แปะภาพโชว์) แหวนวงนี้ซื้อมาจากวอลมาร์ทราคา 28 ดอลลาร์ แหวนเป็นรอยหมดแล้วแต่ก็ยังแวววาวอยู่นะ ทุกวันนี้ฉันกับคนรักก็มีชีวิตที่มีความสุขมาก บลา บลา บลา ฉันมองเขาแล้วก็รู้สึกว่าทำไมตัวเองโชคดีขนาดนี้ บลา บลา บลา ไม่สำคัญเลยว่าเพชรจะต้องใหญ่แค่ไหนหรือจะไม่มีเลยก็ได้ บลา บลา บลา”

อ่านคอมเมนท์เหล่านี้ทั้งหมดแบบผิวเผินอาจจะรู้สึกว่า ดีจังเลย ทุกคนบูชาความรัก ไม่มีใครคลั่งวัตถุเลย ความรักอยู่เหนือทุกสิ่ง แหวนจะราคาเท่าไหร่ก็ได้ 28 ดอลลาร์ก็ได้ ซื้อจากวอลมาร์ทก็ได้ จะหักออกมาจากฝากระป๋องน้ำอัดลมก็ได้ ขอให้รักกันก็พอ 

เอาล่ะ แม้ว่าจะมีบางอย่างที่ถูกต้องอยู่ในคอมเมนท์เหล่านั้น อย่างการบอกว่าการรักและเคารพกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ฉันเห็นด้วย แต่สิ่งที่ฉันไม่เห็นด้วยคือการใช้มาตรฐานของตัวเองไปยัดใส่คนอื่น หรือการคิดว่าการโพสต์ภาพแหวนราคา 28 ดอลลาร์ จะทำให้ผู้โพสต์กลายเป็นเทพธิดานางฟ้าผู้บูชาความรักเหนือสิ่งอื่นใด มีเสียงเพลงฮาเลลูย่ากระหึ่มขึ้นและเธอคนนั้นก็พนมมือลอยขึ้นไปบนฟ้าช้าๆ พร้อมกับวงแหวนล้อมรอบศีรษะที่สว่างไสวและปีกที่กระพือสยาย 

และต่อไปนี้คือสิ่งที่ฉันคิด

ผู้หญิงคนนี้เรียบเรียงข้อความของเธอได้สละสลวย เธออธิบายเหตุผลว่าเธอไม่อยากอยู่กับเครื่องประดับที่เธอไม่ชอบ อยากให้เลือกด้วยกันมากกว่า แหวนวงนี้จะได้เป็นแหวนที่ทั้งสองคนเห็นแล้วพึงพอใจเหมือนๆ กัน และเธอคาดหวังว่าด้วยเงินเดือนสูงลิ่วของเขา เขาน่าจะซื้อแหวนที่แพงกว่านี้ให้เธอได้

แหวนแต่งงานเป็นแหวนที่จะถูกคาดหวังว่าคนที่ได้รับต้องสวมอยู่บนนิ้วเสมอ ถอดหายไปเมื่อไหร่ก็ต้องมาตอบคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น การที่คนเราจะอยากรักเครื่องประดับที่เราสวมติดตัวอยู่ตลอดเวลามันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากขนาดนั้นเชียวหรือ ฉันเห็นภาพแหวนวงนี้แล้วก็เห็นด้วยกับเธอว่าวงมันอวบเกินเม็ดเพชรไปจริงๆ แทนที่จะสวย มันก็เลยดูเป่ง อืด เหมือนกับไม่ได้มาด้วยกัน 

ส่วนราคาของแหวน ฉันว่ามันเป็นมาตรฐานรายได้ที่แตกต่างกันของแต่ละคน ถ้าแฟนฉันมีรายได้เดือนละหมื่นห้า ซื้อแหวนราคาหนึ่งพันห้าร้อยบาทให้ฉัน ฉันก็คงจะดีใจมาก แต่ถ้าเขาเงินเดือนหนึ่งแสน แต่แหวนยังพันห้าเท่าเดิม ฉันก็คงอดไม่ได้ที่จะคิดเหมือนกันว่าการตัดสินใจอย่างจำกัดจำเขี่ยในการเลือกซื้อของขวัญที่สำคัญที่สุดในชีวิตชิ้นหนึ่งของเขาครั้งนี้มันจะสะท้อนถึงรูปแบบชีวิตคู่ในอนาคตของเราสองคนด้วยหรือเปล่า เว้นเสียแต่เขาหนี้ท่วมหัวหรือมีปัญหาทางการเงินสาหัสนั่นก็อีกเรื่อง ในกรณีนั้นการแต่งงานกันก็อาจจะยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

แฟนตาซีของการที่ผู้ชายที่ฉันรักหักฝากระป๋องน้ำอัดลมออกมาแล้วสวมเข้ากับนิ้วนางข้างซ้ายของฉันอย่างแผ่วเบาพร้อมกับกระซิบถ้อยคำชวนฝันว่า “เราแต่งงานกันนะ” แล้วฉันก็น้ำตารื้นโผเข้ากอดเขาสุดแรงนั่นน่ะเป็นสิ่งที่ปลิดปลิวหายไปจากสมองของฉันตั้งนานแล้ว สมัยเรียนมัธยมฉันรู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่นิสัยก็เป็นคนใช้ได้ เขามักจะห้อยแหวนเงินวงเกลี้ยงไว้กับสร้อยที่เขาสวมติดตัวอยู่เสมอ เขาบอกฉันว่าเขาทำแบบนั้นเพราะรอให้เจอผู้หญิงในฝันที่เขาจะสามารถถอดแหวนวงนั้นมาสวมให้ได้ทันที ฉันคิดว่าฟังดูผิวเผินมันก็โรแมนติกดีนั่นแหละ แต่จำได้ว่าตอนนั้นสมองคิดอยู่สองเรื่องคือ 1.แหวนไม่สวยเลยอะ เพราะเขาใส่ทุกวันมันก็เลยเป็นรอยขีดข่วนขนแมวเต็มวงไปหมด 2. ผู้หญิงที่ได้ไปจะรู้สึกพิเศษไหมนะ เพราะแหวนไม่ได้ถูกเลือกมาสำหรับเธอโดยเฉพาะ เหมือนแหวนสำรองที่ก็ไม่รู้ว่าเคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธมาแล้วบ้าง 

ฉันไม่ได้พูดออกไปหรอกนะ แต่เชื่อว่าผ่านมาเป็นสิบปีแล้วแหวนวงนี้ก็คงไม่ได้ไปลงเอยอยู่ที่นิ้วของแฟนคนไหนของเขาหรอก แต่เผื่อว่าฉันทายผิดไป เอาเป็นว่าฉันก็จะพยายามสอดส่ายสายตาอ่านคอมเมนท์บนโซเชียลมีเดียต่อไป เผื่อวันไหนภรรยาของเขาจะออกมาอวดแหวนวงนี้ก็แล้วกัน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s